พีธีอัญเชิญองค์พระนารายณ์ ขึ้นประดิษฐาน ณ เทวสถาน บริเวณหน้า กรมการสารวัตรทหารบก เนื่องในวันทหารสารวัตร ครบรอบ 112 ปี

วันนี้ 27/03/62 เนื่องในวันทหารสารวัตร ครบรอบปีที่ 112 กรมการสารวัตรทหารบก จัดงานพิธีอัญเชิญองค์ พระนารายณ์ ประดิษฐาน ณ เทวสถานบริเวณหน้ากรมฯ พร้อมหน่วย สห. ทั่วประเทศได้พร้อมใจกันร่วมกันจัดกิจกรรม การบริจาคโลหิต การพัฒนาพื้นที่สาธารณประโยชน์ และจัดกิจกรรมเดือนแห่งการรณรงค์กวดขันวินัยทหาร เพื่อกวดขันวินัยทหารในพื้นที่รับผิดชอบ ในเรื่องการแต่งกาย การแสดงความเคารพ การขับขี่ยานพาหนะ และการปฏิบัติตามกฎหมายบ้านเมืองของก าลังพลและครอบครัว เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอพระองค์เจ้า จิระประวัติวรเดช ซึ่งเป็นผู้ประทานกำเนิดเหล่าทหารสารวัตร

ทหารสารวัตร ถือกำเนิดในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ ๕ โดยในปี พ.ศ.๒๔๔๐ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอพระองค์เจ้าจิระประวัติวรเดช
ทรงสำเร็จวิชาการทหารแผนปัจจุบันจากประเทศในทวีปยุโรปและเสด็จกลับมารับราชการใน
กระทรวงกลาโหม พระองค์ทรงปรับปรุงกิจการทหาร โดยจัดให้มีการจัดเหล่าทหารต่างๆ ตามแบบอย่างในต่างประเทศ จนสามารถเรียกได้ว่าเป็นกำลังกองทัพบก อีกทั้งยังได้จัดให้มีการฝึกและเปลี่ยน การใช้คำบอกคำสั่งต่างๆ จากภาษาต่างประเทศมาเป็นภาษาไทย มีการกำหนดเครื่องแบบและเครื่องหมายสังกัดเป็นระเบียบโดย แน่ชัด รวมทั้งได้ทรงตราข้อบังคับ ระเบียบ และวินัย ซึ่งทหารจะต้องปฏิบัติตามโดยเคร่งครัด

ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นต้องมีสารวัตรทหาร เพื่อ ตรวจตรา กำกับ ดูแล ระเบียบวินัยของทหารภายนอกบริเวณโรงทหาร แต่ขณะนั้นยังไม่ได้มีการจัดตั้งเหล่าทหารสารวัตรขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม คงดำเนินการโดยให้แต่ละหน่วยจัดหมู่ตรวจออกไปผลัดเปลี่ยนกันตรวจตราบริเวณ ตลาด ชุมนุมชน

เพื่อดูแลให้เกิดความเรียบร้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกวดขันทหารให้อยู่ในระเบียบ วินัยอันดี และได้แต่งตั้งให้ผู้ดำรงตำแหน่งสารวัตรใหญ่ทหารบกเป็นผู้ควบคุม กำกับดูแลการปฏิบัติในเรื่องดังกล่าว เมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม พุทธศักราช ๒๔๕๐ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอพระองค์เจ้าจิระประวัติวรเดช ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกรมยุทธนาธิการ ได้ออกข้อบังคับกำหนดหน้าที่สารวัตรใหญ่ทหารบกขึ้นเป็นครั้งแรก ดังนั้นกองทัพบกจึงอนุมัติให้วันที่ ๒๗ มีนาคม ของทุกปี เป็นวัน ทหารสารวัตร เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ข้าราชการเหล่าทหารสารวัตร ในอันที่จะสร้างเสริมความสามัคคี และเป็นสิริมงคลต่อเหล่าทหารสารวัตรสืบต่อไป

นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมากิจการสารวัตรทหารได้รับการปรับปรุงมาโดยตลอดจนถึง ปีพุทธศักราช ๒๔๗๖ ได้กำหนดให้ทุกมณฑลทหารบกจัดให้มีสารวัตรทหารขึ้น โดยมีหน้าที่ตรวจตราภายในท้องที่ของแต่ละมณฑล ซึ่งสารวัตรทหารเหล่านั้นประดับ ปลอกแขนสีแดงที่แขนข้างขวา และมีจักรสีทองขนาดย่อมติดทับปลอกแขน จึงเป็นเหตุให้ได้รับสมญานามว่าพวกทหารแขนแดง

ซึ่งต่อมาได้พัฒนาเป็นปลอกแขนสีแดงและมีอักษรค าว่า สห สีขาว ติดอยู่ดังเช่นทุกวันนี้ ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๘๔ ได้เกิดสงครามมหาเอเชียบูรพา หรือสงครามโลกครั้งที่ ๒ ขึ้น จึงได้มีการจัดหน่วยสารวัตรผสมขึ้น โดยมีทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ และตำรวจ เพื่อระงับเหตุการณ์ทั่วไปในเขตจังหวัดพระนครและธนบุรีให้เกิดความสงบเรียบร้อย ซึ่งการจัดหน่วยสารวัตรผสมดังกล่าว นับได้ว่าเป็นจุดกำเนิดที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน

พ.ท.( ทินกร ปะละนัชสุข )หน.สห.ทบ.
ต.เตย ฅนลุยข่าว ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวสมาคมตำรวจ รายงาน

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : พีธีอัญเชิญองค์พระนารายณ์ ขึ้นประดิษฐาน ณ เทวสถาน บริเวณหน้า กรมการสารวัตรทหารบก เนื่องในวันทหารสารวัตร ครบรอบ 112 ปี